หนังสั้น หนังนอกกระแส วิดีโออาร์ต ที่ชอบที่สุดในปี 2008

 

YESTERDAY
เมื่อวาน
  สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์

ช่วงปีที่ผ่านมา อาจเพราะดูหนังสั้นเยอะ จนเบื่อ และไม่เจออะไรใหม่ และผมมักจะตื่นเต้นทุกครั้ง เวลาที่เจออะไรใหม่ ๆ แน่นอนว่า ไม่มีอะไรใหม่แล้วในโลกนี้ ทุกสิ่งที่เราเคยเชื่อว่า ยังไม่เคยมีคนทำ อาจมีคนทำไปหมดแล้ว อันนี้หมายถึงกลวิธี แต่เรื่องราวของคนไม่เคยหมด เรื่องของ เมื่อวาน เป็นภาพบันทึกของกลุ่มนักเรียนนอก ที่เปิดเรื่องมาเหมือนเป็นสารคดี เหมือนโฮมวิดีโอทั่ว ๆ ไป แต่พอดูไปเรื่อย โครงสร้างของหนังกลับเปลี่ยนไป ทำเอาหลอน ลอย ๆ และได้พบว่า มันไม่ได้พยายามจะเล่าเรื่องอะไรอีกต่อไปแล้ว แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่หอหุ้ม และซึมลึกไปมากกว่าสารคดีทั่วไป เป็นหนังสั้นเรื่องหนึ่งในปีนี้ ที่ดูแล้วตื่นเต้นที่สุด

Reset
ไพร่ฟ้ากับหุ่นยนต์พระมหากษัตริย์  นก ปักษนาวิน

ดูเหมือนว่านิลจะพยายามทำอะไรต่ออะไรมากมาย ไม่ว่าเขียน จัดกิจกรรม แต่งกลอน เดินทาง ถ่ายภาพ ฯลฯ และสิ่งที่ดูจะมาถูกทางขึ้นเรื่อย ๆ คือทำหนัง หนังของนิลมีประเด็นเกี่ยวของกับคน ชนชั้น และคำถามที่คนไทยส่วนใหญ่ พูดไม่ได้ หรือไม่กล้าพูดก็ไม่รู้ หนังว่าด้วยพื้นที่แห่งหนึ่ง ที่เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านนา ที่ต้องเหือดหายไป เพราะเขื่อนใหญ่แห่งหนึ่ง หนังเล่าด้วยตัวหนังสือ แต่ครึ่งหลังคือบรรยากาศประหลาด จักรกล ที่ทำให้รู้สึกเหมือนการถูกทำให้เป็น

Lost Nation ผมชื่อชาติ ศาสตร์ ตันเจริญ

บอกตามตรงว่า ไม่ค่อยตื่นเต้นกับหนังโอมานานพอสมควร จนกระทั่งเรื่องนี้ ผมเพิ่งดูราฟคัทไปสองรอบ และยังสนุกกับการดูทั้งสองรอบอยู่ หนังเริ่มต้นที่การหายไปของชาติที่ดูจะเป็นประเด็นใหญ่ของเรื่อง แต่เปล่า ความสนุกคือคนรอบข้าง และความรู้สึกของตัวละครเหล่านั้นที่มีต่อชาติ จากชาติที่เราแทบจะไม่เห็น ไม่รู้จักอะไรเขาเลย กลับค่อย ๆ ถูกรื้อสร้างจากความสูญหาย เป็นหนังดิจิตอลยาวน่าลุ้นอีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจในปีหน้า

มรกต EMERALD อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ผมคงชอบบรรยากาศ มากกว่าเรื่องราว ความหลอนของพื้นที่โรงแรมร้างแห่งนี้ ถูกถ่ายทอดจนเรียกได้ว่าแทบจะได้กลิ่น อบอวลด้วยความทรงจำที่ล่องลอยกระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่ร้างนี้ ร่องรอยคราบเปรอะกรัง ความหลัง ความทรงจำที่พร่างพรู เป็นความงดงามทั้งภาพ เสียง บรรยากาศ และความรู้สึก

เพลิน ทรงยศ สุขมากอนันต์

เพลินเป็นหนังเงียบเรื่องหนึ่งใน ไม่มีอะไรจะพูด ที่ฉายไปเมื่อเดือนตุลาที่ผ่านมา ย้งบอกเราว่า หนังมันไม่ได้มีอะไรมาก แต่สำหรับเรา มันมากมาย ภาพถ่ายแค่ชอทเดียว ตั้งกล้องเฉย ๆ บันทึกอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ค่อย ๆ เลือนหายไปตามแสงที่เปลี่ยน บรรยากาศรวดเร็ว สลับเนิชช้า มันบอกอะไร อะไร ที่เหมือนไม่มีอะไร แต่มีอะไรได้มากมายจริง

i'm livin in da chicken town.rylic ภิญญุดา ตันเจริญ

เราชอบเรื่องนี้ของพิงค์ เป็นอีกเรื่องใน ไม่มีอะไรจะพูด มีแค่ตัวหนังสือ เป็นเนื้อเพลงอะไรสักอย่าง ที่เริ่มด้วย เราอยู่ในเมืองปอดแหก ตัวหนังสือขาวบนพื้นดำ ที่พร่ำบ่น และเป็นการพล่ามที่รู้ตัวด้วยว่า ตัวเองก็เป็นเช่นนั้ และเราต่างเป็นผลผลิตของเมืองปอดแหก ไม่อยากเอาความต่างทางเพศมาตัดสินเลย แต่น่าทึ่งว่า หนังแรง ด้วยกลวิธีธรรมดานี้ ผลิตโดยผู้หญิง บัณฑิตจุฬาฯ เยี่ยมมาก ๆ หนังเรื่องแรกของเธอ

ละครเวทีที่ชอบที่สุดในปีนี้

 

17 พฤษภา my valentine และ จะวันไหนไหน   สวนีย์ อุทุมมา

ละครเวทีสองเรื่องนี้ เป็นเรื่องเดียวกัน และเป็นเหมือนตอนต่อกัน 17 พฤษภาฯ แสดงที่ มะขามป้อม ส่วนจะวันไหนไหน แสดงในเทศกาลละคร ที่ร้านรัก พี่เอี้ยงเล่าเรื่องของการตามหากุหลาบพันธุ์แท้ อันเป็นตัวแทนของประชาธิปไตย ความรักของเธอเกิดขึ้น เมื่อพี่นำชน นำฝูงชนไปร่วมประท้วงรัฐบาล และเธอเองก็มีส่วนนำป้าราษฎร์(ซึ่งลูกชายหายตัวไปเมื่อครั้งตามหากุหลาบ) ป้าราษฎร์ในคราวแรกไม่สนใจจะร่วมขบวนการ แต่สุดท้ายป้าก็เป็นหนึ่งในแถวหน้า และป้าพยายามจะเอากุหลาบไปปักปลายปืน แต่... จะวันไหน ๆ เพิ่มเหตุการณ์ให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น เมื่อเอกเพื่อนสมัยเด็กของพี่เอี้ยง โทรมาชวน พี่เอี้ยงบอกว่า ฉันไม่สนหรอกว่าแกจะอยู่สีไหน แต่ไม่ว่าสีไหน ก็อย่าไปเข้าร่วมเลย ทั้งที่ในอดีต เธอเคยเลือกแบบเดียวกับที่เพื่อนเลือก ตัวละครทั้งหมดแสดงโดยพี่เอี้ยง เป็นละครที่ทำให้ทึ่งในการแสดง และอึ้งในประเด็น เสียน้ำตา และจุกไปหลายวัน ลป. ลืมไป ชอบการแสดงที่ไต่ระดับอารมณ์ได้อย่างน่าทึ่ง พี่เอี้ยงออกมาเหมือนชวนเล่นเกม การเล่าเรื่องที่เหมือนเรื่องทั่ว ๆ ไป ค่อย ๆ และค่อย ๆ คือ ค่อยมาก ๆ จนชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับผมวิธีนี้ทำให้ความรู้สึกซึม ลึกเข้าไปอีก

 

ฝากหัวใจไว้ที่อุบล  นพพันธ์ บุญใหญ่

เป็นแฟนละครของอ้น ดูมาหลายเรื่อง ชอบทุกเรื่อง แต่ขอเลือกเรื่องนี้เป็นที่สุด ไม่รู้ว่าการชอบละครอ้น เพราะมันเหมือนหนังหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ชอบเรื่องนี้เพราะอ้นคลี่คลาย เอาเรื่องในวัยเด็ด มาดัดแปลง กลายเป็นเรื่องของใครก็ได้ เด็กที่ต้องเดินทางไปอยู่กับญาติซึ่งเป็นแม่ม่าย มีลูกสาวเป็นออธิสติกอยู่คน และแดงเด็กหนุ่มตัวเอก เรียนรู้ที่จะหนีโลกอันวุ่นวายไปกับเรื่องราวกัปตันแดนที่เขาเขียนเป็นการ์ตูน ผมชอบประเด็นการเรียนรู้เรื่องครอบครัว ครอบครัวที่ไม่จำเป็นต้องหมายถึง พ่อ แม่ ลูก อีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นแม่ที่จริง ๆ เป็นน้า คนรักของน้า และลูกสาวน้า ก็เป็นครอบครัวกันได้ สนุก เศร้า เร้าใจ และตรึงอารมณ์

 

สเปิร์ม ผดุงพงศ์ ประสาททอง

อันนี้เป็นแน่นอนว่าโดดเด่นในเรื่องเทคนิค แต่ชอบกระบวนการด้วย คือให้ทีมงานมีส่วนร่วมในการคิด เสปิร์ม เป็นละครสอนเรื่องเพศ เล่าเรื่องสเปิร์มที่ไม่ได้ไปเกิดเสียที เพราะไม่ได้เจอะไข่ แต่ไปเจอเอาจอคอมพ์ ถุงยาง ตู้เย็น(!!) ด้วยความที่เป็นละครสำหรับสอนเรื่องเพศ สำหรับเด็ก วิชวลที่ชวนตื่นเต้น ด้วยสีสะท้อนแสง เสียดายว่ารอบที่ดูที่เทศกาลละคร เต้ผู้กำกับบอกว่า มันไม่มืดเท่าเมื่อครั้งแสดงที่มะขามป้อม เรียบง่าย สนุก ชอบ

 

แผ่นดินอื่น ธีระวัฒน์ มุลวิไล

ผมไม่เคยอ่านกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ และไม่มีความผูกพันใดเกี่ยวกับเขา แต่ละครเรื่องนี้ทำให้อยากอ่านหนังสือของกนกพงศ์ แผ่นดินอื่น ไม่ได้เอาแผ่นดินอื่นในหนังสือมาทำละคร แต่เป็นการตีความ สร้างเหตุการณ์ และผูกโยงกับแผ่นดินอื่น ๆ ทุก ๆ สิ่ง ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดิน เช่น หนังเรื่อง หนักแผ่นดิน เป็นการตั้งคำถามถึงแผ่นดินนี้ว่าใครกันมันเป็นเจ้าของ หรืออาจหาญตั้งต้นเป็นเจ้าของ มีประเด็นเรื่องชาติ ชนชั้น ความฝัน อดีต และสิ่งที่น่าประทับใจมากคือการแสดงของ สฤญรัตน์ โทมัส ที่คุณอาจรู้จักเธอในบทผีในเรื่อง โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต แต่แท้จริงเธอเป็นนักแสดงละครเวทีฝีมือเยี่ยม การแสดงธรรมดา แต่ดึงอารมณ์ทั้งหมดทั้งมวล พาผู้คนสะเทือนใจไปกับเรื่องที่เล่า ไม่ใช่ใครก็ได้จะทำได้ แต่เธอเป็นหนึ่งในนั้น ฉากที่ไม่ลืมเลย คือเหมือนเด็ก ๆ มาเล่นกันในสวน ทอยเส้น ตั้งเต กระดานหก แต่แล้วเมื่อทุกคนต่างแก่งแย่ง และต่างต้องเป็นไปตามระบบ เธอเรียกร้องทวงอดีตให้กลับคืนมา แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้ว ชอบการเลือกใช้หลาย ๆ สื่อ หลาย ๆ วัตถุดิบ หลาย ๆ แหล่งที่มา แว่ว ๆ ว่าผู้กำกับเอง กำลังจะมีเรื่องใหม่เร็ว ๆ นี้ ชื่อว่า สันดานกา โปรดติดตาม

Her Story ซันสตูดิโอ

ไม่ค่อยรู้จักมักจี่กับผู้กำกับ และนักแสดงทีมนี้เท่าไหร่  รู้แต่ว่าเขาชื่อคิง เป็นการแสดงแดนซ์ที่เล่นกันสองคน จริง ๆ จะว่าไปการแสดงนี้ไม่มีคำพูดเลยแม้แต่คำเดียว เป็นการแดนซ์ แดนซ์ และแดนซ์ แต่การแสดงของพวกเขาทั้งคู่ ก็พูดออกมาได้กระแทกใจมาก ๆ โดยเล่าเรื่องราวของเด็กสาว ร่าเริ่ง มีความรัก ถูกเลิกรัก เป็นแม่ เติบโต และดูแลลูก ไม่รู้ว่าจะเล่าเรื่องนี้ยังไง แต่การได้ชมการแสดงชุดนี้ ถึงกับหลั่งน้ำตา สวยงาม พริ้วไหว สะเทือนใจเป็นที่สุด การแบกรับเอาทุกสิ่งไว้ ด้วยร่างชายที่แสดงเป็นเพศแม่ มันสะท้อนใจเยี่ยงนี้เอง(งงป่ะ ฮา) ชอบมาก ๆ

หนังสือที่ชอบที่สุด ในปี 2008

 

ดีไซน์คัลเจอร์  ประชา สุวีรานนท์

ลำพังแค่หนังสือที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในประเทศนี้ ก็มีมีน้อยอยู่แล้ว ไอ้ที่จะหาดี ๆ ได้ แทบไม่มีเลย ผมอาจจะเชยไปที่เพิ่งมารู้ว่า ดีไซน์คัลเจอร์ เป็นคอลัมน์ในมติชน ก็เมื่อเห็นมันถูกรวมเล่มแล้ว แต่คงไม่สายเกินไปที่ตอนนี้กลายเป็นคอลัมน์นี้ไปเลย คงต้องบอกว่า ผู้เขียน เป็นยิงกว่ากูรู คือไม่ได้ถ่ายทอดในระดับอวดรู้ แต่เป็นการเล่าแบบครูผู้หวังว่าคนอ่านจะฉลาดขึ้น เป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจเปิดกระโหลกมากที่สุดในรอบปีนี้ ไม่รู้จะโม้ไง ไปหาอ่านตามแผงใกล้บ้านคุณ

 

เด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์  ภาณุ ตรัยเวช

ไม่ค่อยได้อ่านซีไรต์ เพราะไม่ถูกจริตเป็นอย่างยิ่ง หนังสือเล่มนี้ชิงซีไรต์ คนเขียนเป็นเพื่อนที่เราคุ้นเคย ยิ่งไม่อ่าน คงเพราะความสนิท จนในที่สุด หลังจากหนังสือออกไปแล้วสองปี ผมเพิ่มมาเริ่มอ่านมัน แล้วได้พบว่า หนังสือเล่มนี้ มันล้ำมาก ๆ กลวิธีการเล่าเรื่อง โครงสร้าง ที่พาเอาคนอ่านกระจุยกระจายราวกับได้เสพอะไรสักอย่าง มีสุขอย่างเหลือล้น แล้วก็ล่องลอยหายไปอย่างรวดเร็ว วางไม่ลงเลยจริง ๆ ได้อ่านเล่มนี้เหมือนได้ขึ้นสวรรค์ และคิดว่าทำไมหนังสือดัดจริต แบบความสุขของกะทิ ที่ได้ซีไรต์ในปีนัน มันถึงได้ซีไรต์วะ และได้พบว่าการให้รางวัล ไม่ได้ตัวประเมินผลคุณค่างานชิ้นนั้นได้เลย โดยเฉพาะในแวดวงที่กรรมการเป็นพวกหัวอนุรักษ์นิยม เฮ้อ

ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้ตรอมตรม ภาณุ ตรัยเวช

อ่านเด็กกำพร้า ทำให้ผมเป็นแฟนภาณุขึ้นมาหนึบหนับ ทู เขียนเล่มนี้ออกมาเป็นเรื่องสั้น ผมชอบชื่อหนังสือของทูจัง ตัวละครในหนังสือ ราวกับรู้ทุกสิ่ง ผ่านมาแล้วทุกอย่าง เหมาะกับคนยุคนี้เสียจริง ๆ ที่เราต่างรู้ดี ชั่ว อดีตให้ประสบการณ์มากมาย แต่เราก็ยังจมปลัก ทำ และดำเนินชีวิตอยู่ในห้วงแห่งความตรอมตรมนั้น อ่า นี่ผมพูดถึงหนังสือละยังเนี่ย เรื่องสั้น ที่หลากหลาย แสดงภูมิรู้ การเล่าเรื่องคม แยบยล น่าทึ่ง ประทับใจ ไปหาอ่านเอานะครับ ไม่อยากบอกอะไรมากกว่านี้

คัดลอกบางส่วนจาก / อ่านเพิ่มเติมที่

http://thunska2.exteen.com/

Comment

Comment:

Tweet

ขอชอบเด็กกำพร้าแห่งสรวงสวรรค์ด้วยอีกคน อ่านงานของพี่เขาแล้วชอบมากๆ สนุก และ สดใหม่

#2 By Nahn on 2009-08-26 10:44

ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูลดีๆ

#1 By ท่อตัน (125.25.83.103) on 2009-01-14 03:45